2005/Sep/18

จับฉ่ายตอนที่หนึ่ง: คุณนายเรื่อยเปื่อยไปแถวๆ airport ค่ะ

สวัสดีค่ะ

ตอนแรกวันนี้จะมาเขียนเรื่องการจัดการ การเงินส่วนบุคคล (personal finance น่ะค่ะ แปลเป็นไทยอย่างนี้รึปล่าวก็ไม่รู้) ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกหมายถึงตั้งแต่สมัครเลยน่ะค่ะ

แต่อย่างที่บอก แฮ่ แฮ่ อารมณ์อยากเขียนมันหมดไปแล้ว พยายาม build มันขึ้นมาใหม่ แต่ยังไม่มาซักที 555 พอดีเมื่อตอนกลางวันไปอ่านเวบบอร์ดของชมรมเจ้าสาวอินเตอร์มา แล้วมีคนนึงเค้าเพิ่งย้ายบ้านตามสามี (กรุงเทพ-อังกฤษ) เรื่องราวความรักสวยงามอยู่ แต่เจ้ากรรมดันไปน้ำหนักเกินตอน check-in

ร่ายมาซะยาว เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ วันนี้จะเอาเคล็ดเกี่ยวกะการ check-in ที่ airport มาฝากค่ะ คงจะมีหลายคนอยู่ หรอกเน๊อะ ที่จะไปเที่ยว ไปเยี่ยมญาติ ไปเรียน ย้ายบ้านไปต่างประเทศ แต่มันปัญหาน้ำหนักเกินอยู่เรื่อย (ถึงแม้ว่าจะส่งพัสดุ ไปล่วงหน้าหลายกล่องแล้วก็เหอะ) คนบ้าสมบัติ เป็นลูกอีช่างหอบอย่างอิชั้น ก็ลองเอาไปใช้ดูนะคะ (วิธีที่จะเขียนต่อไปนี้ลองด้วยตนเองมาหมดแล้วนะคะ รับรองไม่มั่ว)

วิธีแรกนะคะ เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด คือการเขียนจดหมายไปขออนุมัติน้ำหนักเพิ่มค่ะ โดยทางปฏิบัตแล้วคือพอเราซื้อตั๋วเรียบร้อย ก็เขียนจดหมายคำร้องขอน้ำหนักเพิ่มโดยระบุเหตุผลที่เหมาะสมถึง GM ของสำนักงานของสายการบินนั้นๆในประเทศที่เราจะเดินทาง แต่จะให้ดีควรโทรไปถามเค้าก่อนนะคะว่าให้เขียนถึง GM หรือใครเพราะทุกสายการบิน ระบบงานอาจจะไม่เหมือนกัน และการจองตั๋วและเขียนคำร้องควรทำให้เสร็จอย่างน้อยหนึ่งถึงสองอาทิตย์ก่อนเดินทาง เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าการทำงานของเค้าจะรวดเร็วขนาดไหน เผิ่อเวลาไว้หน่อยดีกว่าค่ะ บางทีทางสายการบินอาจขอเอกสารเพิ่มเติมด้วย เช่นถ้าไปเรียนจะขอดูเอกสารจากโรงเรียน ถ้าแต่งงานตามสามีไป หรือว่าไปทำงาน ไปเยี่ยมญาติระยะยาว ก็ต้องขอดูเอกสารและวีซ่า ว่ายาวจริงมั๊ย สมควรจะให้น้ำหนักเพิ่มรึปล่าว วิธีนี้อาจจะยังไม่แพร่หลายในเมืองไทย แต่ก็เป็นวิธีที่ถูกต้องและตรงไปตรงมาที่สุดค่ะ คราวทึ่จูนขอได้มา สามสิบโล (แต่เอาไปจริงๆก็เกินอยู่ดี 555) แต่มีเพื่อนชาวเวียตนาม บิน สิงคโปร์กลับบ้านจากที่เรียนต่างประเทศมาสี่ปี ได้แปดสิบโล ขนกลับจริงๆมากกว่าแปดสิบ ไม่โดนปรับซักกะแดงเดียวค่ะ ใครสนใจลองดูนะคะ

วิธีที่สอง (อันนี้อาจไม่นับเป็นสองนะคะ เพราะใช้ไม่ได้กับทุกคน) คือการหาเพื่อนที่ทำงานในสายการบินค่ะ อันนั้นเค้าช่วยได้แน่ๆ ถ้าเป็นคนไทยเวลาขอให้เค้าช่วยก็ถือของติดไม้ติดมือไปฝากหน่อย เป็นสินน้ำใจ อันนี้คุณแม่เคยทำ ขอเพื่อนของเพื่อนน่ะค่ะ หกสิบกว่าโล ไม่มีพนักงาน check-in คนไหนกล้าหิือ 5555 แต่ถ้าใครไม่มีเพื่อนก็ลองวิธีที่สามแล้วกันค่ะ

วิธีที่สาม คือการไป check-in เร็วๆ อันนี้ได้มาจากคนวงในค่ะว่า เวลาเช็คอินเร็วๆเนี่ย เค้าจะใจดีกว่ามาก เพราะน้ำหนักบนเครื่องยังไม่มาก เค้าจะไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ ขนไปซะเกือบร้อย อันนั้นก็อาจโดนได้นะคะ วิธีนี้ส่วนตัวแล้วทำบ่อยค่ะ ถ้ารู้ว่าขนไปเยอะ(และไม่มีเหตุผลพอที่จะเขียนคำร้องได้) จะรีบไปเช็คอินก่อนใครเพื่อน เค้าให้แค่ยี่สิบโล (economy class) แต่เคยโหลดไปมากสุด 33 กิโลกว่าๆ พร้อมถือ (เรียกว่าแบกดีกว่านะคะ) ขึ้นเครื่องไปอีกสิบกว่า ไม่โดนทักเลยซักแอะค่ะ แต่เวลา check-in ให้ยืนเงียบๆอย่าขอโน่นขอนี่เรื่องมากนะคะ สงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้ค่ะ วิธีนี้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องอธิบายมากนะคะ (แค่นี้ยังไม่มากอีกเหรอยะ?)

วิธีที่สี่ คือการใช้ลูกอ้อนค่ะ แบบว่าไม่ได้เขียนคำร้อง ไปก็สาย เหลือนัดสุดท้ายแล้วคะ คืออ้อน อ้อนเข้าไปใช้หน้าตาเข้าช่วยด้วยก็ได้ (ใครหน้าตาช่วยไม่ได้อิชั้นก็ช่วยไม่ได้เช่นกันนะคะ 555) ใครจะใช้วิธีนี้ก็ต้องดูหน้าพนักงานที่เค้าเตอร์ด้วยนะคะ เผื่อการอ้อนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น 5555
วิธีสุดท้าย คือ จ่ายมันไปเหอะค่ะค่าปรับ ถ้าไม่ได้เขียนคำร้อง ไม่มีคนรู้จัก ไปก็สาย อ้อนก็ไม่ได้แล้วก็จ่ายๆไปซะ ใครไม่อยากจ่ายแล้วก็มีญาติไปส่งด้วยแล้วอยากจะเปิดกระเป๋าเอาของออกประชดพนักงานมันตรงนั้นเลยก็ตามสะดวกนะคะ เผื่อใช้มุขสุดท้ายแล้วเค้าจะเห็นใจ เปิดกระเป๋ามามีแต่ของใช้จำเป็นแพคมาอย่างดี เรียบร้อยเค้าอาจจะเปลี่ยนใจยอมให้ไปก็ได้ อันนี้ก็เคยโดนกะตัวเอง เกินเจ็ดโล อ้อนไปอ้อนมาขอปรับแค่สามโล ก็ยังดีเน๊อะคะ อันนี้ขอเติมนิดนึงนะ เวลาจ่ายค่าปรับน้ำหนักกระเป๋าเนี่ย ต้องมีใบเสร็จรับเงินแนบมาด้วยนะคะ แล้วต้องดูดีดีว่าเป็นใบเสร็จของสายการบินจริงๆ มีตราและหมายเลขด้วย

แหมเขียนจนจบแล้ว อ่านดูอีกทีก็ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์กะคนอื่นมั๊ย เอาเป็นว่าลองใช้ดูนะคะ

คุณนายเรื่อยเปื่อย

edit @ 2005/09/18 16:42:01
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ดิฉันขึ้นสายการบิน SAS ( Scandinavia airlines ) น้ำหนักเกินมา 5 kg ไม่มีปัญหาค่ะ คงเป็นเพราะว่า check in มาจากเมืองไทยมากกว่านะคะ
บางทีการที่นำน้ำหนักมามากเกินก็ทำให้มีปัญหาในเรื่องการเคลื่อนย้ายเมือถึงปลายทางได้นะคะ (แบกไม่ไหว ขอทิ้งไว้ที่นี่ครึงหนึ่งได้ใหม)
#1  by  นี้แหละหมอ At 2005-09-18 04:21, 
ได้ประโยชน์สิคะ แต่ว่า ...มันช้าไปแล้วอ่ะ สำหรับเรา
เพราะตอนเรามานี่ ขอก็แล้ว อ้อนก็แล้ว บอกว่าเป็น นร ก็แล้ว เป็นคนไทยก็แล้ว (มาสายการบินไทย)
เค้าก็ไม่ยอมให้เกิน 40 โลเลยอ่ะ เฮ้ออ ....
#2  by  natty At 2005-09-18 05:58, 
ขอบคุณค่า
ไว้จะนำไปใช้นะคะ

พอดีกำลังชั่งใจว่าจะไปโครงการ work and travel ดีรึป่าว?
และไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงด้วยนี่สิ?

#3  by  Na - th (นัท) At 2005-09-18 11:16, 
เลยชะส่วนใหญ่ แต่ทำตาแป๋วๆ แต่ว่ามีไมลเลท เป็นชิลเวอร์แมมเบอร์ เลยเกิดมาสัก10กก.ม่ายเป็นไร..ฮี่ๆ...

#4  by  ♥I LOVE มายสามี♥ At 2005-09-18 11:25, 
อืม...ผมไม่เคยขึ้นเครื่องบินเลย.!!.แต่...คงมิว่าอะไรนะครับถ้าผมกล่าว+นึกอะไรไม่ออกมากกว่านี้..เฮ้ออ..!
...(แนะนำตัว)..ข้าพเจ้า "เวคิน" พลทหารชั้นโท
ยินดีที่ได้รู้จักครับ..!
#5  by  [Unlimited > tequilaboy ;-/ At 2005-09-19 13:23, 


เดี๊ยวเมษืมาอ่านใหม่
เพื่อใช้ตอน check - in ตอนปิเทอมนี้ได้
ขำๆ

#6  by  Oo_KiDsme_oO (221.128.74.70) At 2005-09-20 20:49, 
มาเจิมได..ให้อะ เขียนได้ยาวสะใจมากๆเลยค่ะ

แต่พี่ต้องไปอ่าน 2 ได ไหมเนี่ย ฮ่าๆๆๆ
#7  by  vadaaaa (85.101.209.73) At 2005-09-21 23:29, 
อืมมม ..งี้นี่เอง =w=~ ขอบคุณนะคะ

แต่คงไม่มีโอก่าได้ใช้แหงเลย TT3TT""
#8  by  Jin At 2005-09-26 17:27, 
ท่าทางจะเรียนหนักอึ้ง....ไม่มาอัพไดเลย ฮ่าๆๆ
อย่ามาว่าแต่เค้าเลย อุอุ
#9  by  vadaaaa (85.97.94.48) At 2005-09-27 16:52, 

<< Home